ด้านหน้า หน้าแรก วิสัยทัศน์ ประวัติความเป็นมา ทำเนียบผู้บริหาร ข้อมูลพื้นฐาน ติดต่อเรา ด้านหลัง
เทศบาลตำบลก้านเหลือง
ประวัติความเป็นมา
วิสัยทัศน์
ข้อมูลพื้นฐานและสภาพทั่วไป
นโยบายและแผนงาน
ประเพณีและวัฒนธรรม
สถานะทางการเงิน
ร้องเรียนร้องทุกข์
ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
คู่มือประชาชน ตามพรบ.อำนวยความสะดวกฯ
ตลาดงานกรมจัด กองวิจัยตลาดแรงงาน กรมการจัดกางาน
เว็บไซต์กลางบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (Thailand e-Government)
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
สายด่วนของรัฐบาล 1111
กรมส่งเสริมการปกครอง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ
มุมสุขภาพ
ศูนย์เทคโนโลยีการเกษตร
ร้องเรียนร้องทุกข์
ประกาศจากเทศบาล ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร งานบริการประชาชน กิจการสภาเทศบาล เทศบัญญัติเทศบาล อำนาจหน้าที่
เทศบาลตำบลก้านเหลือง หมู่ 2 ตำบลก้านเหลือง อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น   40230    ติดต่อเทศบาล  โทร.043-210691   Fax.043-210750  
ทีมบริหารเทศบาลตำบลก้านเหลือง
มุมสุขภาพ
 
มะเร็งปากมดลูก (HPV)
 

สถิติที่น่าตกใจของมะเร็งปากมดลูก!
         มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย และจะมีอัตราการเสียชีวิต เกินครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว และเป็นต้นเหตุทำให้ผู้หญิงทั่วโลกเสียชีวิตมากกว่าปีละ 270,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 650 คน โดยมีสถิติของผู้เสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 7 คนต่อวัน

มะเร็งปากมดลูก โรคร้ายที่อาจแฝงอยู่ในตัวคุณโดยไม่รู้ตัว
         มะเร็งปากมดลูกจะใช้ระยะเวลาในการก่อตัวของโรคนานกว่า 5 -10 ปี นับจากช่วงแรกที่เซลส์บริเวณปากมดลูกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจนถึงระยะที่ภาวะของโรคอยู่ในระดับที่รุนแรงมากขึ้น โดยไม่ปรากฎอาการหรือสัญญาณใด ๆ จึงเป็นเหตุให้ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัวเลยว่าได้ป่วยเป็นโรคนี้แล้วจนเมื่อเริ่มมีอาการปรากฏ แต่นั่นก็อาจหมายถึงโรคร้ายนี้ได้ลุกลามเข้าสู่ระดับที่รุนแรงและยากต่อการรักษาให้หายขาดได้

สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงโรคมะเร็งปากมดลูก
         - มีเลือดประจำเดือนออกมากผิดปกติหรือมีระยะเวลานานกว่าปกติ
         - รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์หรือมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์
         - ปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน,มีตกขาวผิดปกติ
         - มีของเหลวไหลจากช่องคลอดผิดปกติหรือมีเลือดออกในช่วงวัยหมดประจำเดือน

สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก

ไวรัสเอชพีวี (HPV) ที่มาของการเกิดมะเร็งปากมดลูก
          "มะเร็งปากมดลูก" ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ แต่มีสาเหตุสำคัญมาจากการติดเชื้อไวรัส" ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แพทย์และนักวิจัยได้พยายามศึกษาหาสาเหตุของโรคร้ายนี้ และได้ค้นพบว่า ประมาณ 99.7% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก จะตรวจพบไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เอชพีวี (Human Papillomavirus)

          ตัวเชื้อไวรัสเองนั้น ก็มีหลายสายพันธุ์เหมือนๆ กับไวรัสที่ทำให้เกิดโรคอื่นๆ ซึ่งส่วนมากจะไม่เป็นอันตราย ไม่ทำให้เกิดอาการใดๆ และมักจะหายไปได้เองตามระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่ในจำนวนนี้มีประมาณ 30 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นชนิดที่เกิดการติดเชื้อในบริเวณอวัยะเพศของหญิงและชายปัจจุบันพบว่า การติดเชื้อ HPV ของประชากรทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 630 ล้านคน โดยการติดเชื้อ HPV จะพบบ่อยที่สุดในผู้หญิงวัยเยาว์ที่มีอายุระหว่าง 18 – 28 ปี หรือผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ทำให้เรามักจะพบว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่จะมีอายุในช่วง 35 – 50 ปี สืบเนื่องจากระยะเวลาของการติดเชื้อจน กระทั่งป่วยเป็นโรคนี้ซึ่งใช้เวลานานนับ 10 ปี

รู้ถึงสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก...เพื่อป้องกันตัวเองให้พ้นจากโรคร้ายนี้
          เชื้อ HPV ชนิดที่เป็นสายพันธุ์อันตรายและสามารถทำให้เซลส์บริเวณปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลส์มะเร็ง คือ HPV 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 58, 59, 61 และ66 – 68 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง HPV 16 และ 18 นั้น เป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูกถึง 70% ซึ่งโอกาสที่จะได้รับเชื้อ HPV เหล่านั้นส่วนมากจะผ่านทางสัมพันธ์รักกับคู่ของคุณ โดยในบางคนที่ร่างกายไม่สามารถกำจัด เชื้อเอชพีวีเหล่านั้นออกไปได้ ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาจนส่งผลให้เป็นมะเร็งปากมดลูก รวมทั้งอาจทำให้เกิดมะเร็งช่องคลอดและมะเร็งปากช่องคลอดได้อีกด้วย

          สำหรับผู้ชาย ถ้าหากมีการติดเชื้อเอชพีวีก็จะกลายเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสนี้ไปสู่บุคคลที่รักได้โดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ผู้ชายที่ได้รับเชื้อเอชพีวีดังกล่าว ก็อาจมีผลต่อการเกิดมะเร็งทวารหนักและมะเร็งที่อวัยวะเพศชายได้เช่นกัน นอกจากเชื้อ HPV ชนิดที่อันตรายและมีผลต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกแล้ว ยังมีเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นๆ ที่มีความรุนแรงน้อย แต่ก็อาจนำมาซึ่งโรคติดต่อบางชนิดได้ เช่น โรคหูดอวัยวะเพศ (หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โรคหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ) เกิดจากการได้รับเชื้อ HPV 6 และ 11 ที่เป็นสาเหตุหลัก 90% ของโรคนี้ ลักษณะของโรคหูดอวัยวะเพศคือ จะมีตุ่มไตแข็ง หรือติ่งเนื้องอกออกมาบริเวณอวัยวะเพศ โรคนี้ถึงแม้ว่าจะรักษาได้ แต่ก็มักจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำๆ อีก จึงส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยและทำให้รู้สึกเป็นกังวล กับการที่ต้องรักษาอยู่เรื่อยๆ
 
การป้องกันตน จากโรคมะเร็งปากมดลูก

การป้องกันตน เพื่อให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก
          การเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็งปากมดลูกหรือลดโอกาสเสี่ยงจากการติดเชื้อเอชพีวี เป็นเรื่อง
สำคัญของผู้หญิงยุคนี้ โดยมีข้อแนะนำที่ทำได้ง่ายๆ คือ

          1. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย เพื่อลดช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV ดังนั้น วัยรุ่นจึงนับได้ว่าเป็นกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการได้รับเชื้อ HPV จากพฤติกรรมของการมีเพศสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน

          2. ควรจะให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่เรียกว่า "แป็ป สเมียร์" (Pap smear) ซึ่งปัจจุบัน สามารถทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยควรที่จะรับการตรวจเป็นประจำทุกๆ ปี เพื่อให้เราทราบว่า เซลส์บริเวณปากมดลูกมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติหรือไม่ เพราะการรักษาในระยะก่อนเป็นมะเร็งจะทำให้มีโอกาสหายขาดได้ค่อนข้างสูง ในขณะที่การรักษาในระยะลุกลามนั้น จะรักษายากและทำให้มีโอกาสเสียชีวิตมากขึ้น

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก... นวัตกรรมที่ช่วยลดสถิติของโรคร้ายนี้
          ความสำเร็จจากการค้นพบสาเหตุและวิทยาการของการแพทย์สมัยใหม่ ได้นำมาสู่การพัฒนาเป็นวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (6,11,16,18) ที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70% ในส่วนที่เป็นผลมาจากการติดเชื้อ เอชพีวีสายพันธุ์ที่สำคัญ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US. FDA) ได้ให้การรับรองว่า วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกนี้ มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์หลักเหล่านั้น ได้ 100% ถ้าหากได้รับวัคซีนก่อนที่จะมีการติดเชื้อ นอกจากนี้ วัคซีนดังกล่าวยังสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีชนิดที่ไม่มีผลต่อการเกิดมะเร็ง แต่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศได้อีกด้วย

          ด้วยประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด รวมทั้งโรคหูดอวัยวะเพศ ทำให้วัคซีนมะเร็งปากมดลูกชนิด 4 สายพันธุ์ (6,11,16,18) นี้ ได้รับการยอมรับและผ่านการอนุมัติการใช้แล้วในประเทศไทย และกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศในยุโรป รวมทั้งประเทศต่างๆ ในแถบเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ นอกจากนี้ในประเทศชั้นนำอย่างออสเตรเลียและบางรัฐของสหรัฐอเมริกา ยังได้ประกาศให้วัคซีน นี้เป็นภาคบังคับสำหรับเด็กหญิงและผู้หญิงในช่วงอายุ 9-26 ปี อย่างไรก็ดี ขณะนี้การวิจัยประสิทธิภาพของวัคซีน ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง และได้ขยายผลครอบคลุมมาสู่กลุ่มผู้หญิงในช่วงอายุ 27 – 45 ปีแล้ว

          อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว การตรวจแปป สเมียร์ อย่างสม่ำเสมอก็เป็นเรื่อง ที่สูติ-นรีแพทย์ยังคงแนะนำให้ปฏิบัติอยู่ เพราะการป้องกันจากวัคซีนดังกล่าว สามารถครอบคลุมเฉพาะในส่วนของเชื้อเอชพีวีเฉพาะสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุุุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ในขณะที่เราอาจจะยังมีโอกาสติดเชื้อเอชพีวีในสายพันธุ์อื่นๆ ที่อาจมีผลต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้เช่นกัน

มะเร็งปากมดลูก... โรคร้ายที่วันนี้การป้องกันอยู่ในมือคุณ
ปรึกษาแพทย์ของท่าน เพื่อขอข้อมูลแนวทางการป้องกันที่ได้รับการยอมรับแล้ว โดยผู้หญิงนับล้านคนจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

"วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก อีกสิ่ง... สำหรับอนาคตที่กำหนดได้โดยคุณ"

ขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลพญาไท

KEDSARA DOT COM