ด้านหน้า หน้าแรก วิสัยทัศน์ ประวัติความเป็นมา ทำเนียบผู้บริหาร ข้อมูลพื้นฐาน ติดต่อเรา ด้านหลัง
เทศบาลตำบลก้านเหลือง
ประวัติความเป็นมา
วิสัยทัศน์
โครงสร้างหน่วยงาน
นโยบายและแผนงาน
ประเพณีและวัฒนธรรม
สถานะทางการเงิน
กระดานสนทนา
ร้องเรียนด้านงานบุคคล
ช่องทางแจ้งเรื่องร้องเรียน การทุจริต
ช่องทางการรับฟังความคิดเห็น
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน
คู่มือประชาชน ตามพรบ.อำนวยความสะดวกฯ
ตลาดงานกรมจัด กองวิจัยตลาดแรงงาน กรมการจัดกางาน
แนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต
สายด่วนของรัฐบาล 1111
กรมส่งเสริมการปกครอง
บุคคล ที่น่ายกย่อง
องค์กรแห่งการเรียนรู้
facebook เทศบาลตำบลก้านเหลือง
เข้าไลน์กลุ่ม เพื่อถาม-ตอบ
ประกาศจากเทศบาล ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร งานบริการประชาชน กิจการสภาเทศบาล เทศบัญญัติเทศบาล อำนาจหน้าที่
เทศบาลตำบลก้านเหลือง หมู่ 2 ตำบลก้านเหลือง อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น   40230    ติดต่อเทศบาล  โทร./Fax. 043-306138     
ขึ้นทะเบียนรับเบี้ยยังชีพ
ทีมบริหารเทศบาลตำบลก้านเหลือง
ทีมบริหารเทศบาลตำบลก้านเหลือง
ทีมบริหารเทศบาลตำบลก้านเหลือง
ทีมบริหารเทศบาลตำบลก้านเหลือง
ทีมบริหารเทศบาลตำบลก้านเหลือง
มุมสุขภาพ
 
มะเร็งปากมดลูก (HPV)
 

สถิติที่น่าตกใจของมะเร็งปากมดลูก!
         มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย และจะมีอัตราการเสียชีวิต เกินครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว และเป็นต้นเหตุทำให้ผู้หญิงทั่วโลกเสียชีวิตมากกว่าปีละ 270,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 650 คน โดยมีสถิติของผู้เสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 7 คนต่อวัน

มะเร็งปากมดลูก โรคร้ายที่อาจแฝงอยู่ในตัวคุณโดยไม่รู้ตัว
         มะเร็งปากมดลูกจะใช้ระยะเวลาในการก่อตัวของโรคนานกว่า 5 -10 ปี นับจากช่วงแรกที่เซลส์บริเวณปากมดลูกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจนถึงระยะที่ภาวะของโรคอยู่ในระดับที่รุนแรงมากขึ้น โดยไม่ปรากฎอาการหรือสัญญาณใด ๆ จึงเป็นเหตุให้ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัวเลยว่าได้ป่วยเป็นโรคนี้แล้วจนเมื่อเริ่มมีอาการปรากฏ แต่นั่นก็อาจหมายถึงโรคร้ายนี้ได้ลุกลามเข้าสู่ระดับที่รุนแรงและยากต่อการรักษาให้หายขาดได้

สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงโรคมะเร็งปากมดลูก
         - มีเลือดประจำเดือนออกมากผิดปกติหรือมีระยะเวลานานกว่าปกติ
         - รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์หรือมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์
         - ปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน,มีตกขาวผิดปกติ
         - มีของเหลวไหลจากช่องคลอดผิดปกติหรือมีเลือดออกในช่วงวัยหมดประจำเดือน

สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก

ไวรัสเอชพีวี (HPV) ที่มาของการเกิดมะเร็งปากมดลูก
          "มะเร็งปากมดลูก" ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ แต่มีสาเหตุสำคัญมาจากการติดเชื้อไวรัส" ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แพทย์และนักวิจัยได้พยายามศึกษาหาสาเหตุของโรคร้ายนี้ และได้ค้นพบว่า ประมาณ 99.7% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก จะตรวจพบไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เอชพีวี (Human Papillomavirus)

          ตัวเชื้อไวรัสเองนั้น ก็มีหลายสายพันธุ์เหมือนๆ กับไวรัสที่ทำให้เกิดโรคอื่นๆ ซึ่งส่วนมากจะไม่เป็นอันตราย ไม่ทำให้เกิดอาการใดๆ และมักจะหายไปได้เองตามระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่ในจำนวนนี้มีประมาณ 30 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นชนิดที่เกิดการติดเชื้อในบริเวณอวัยะเพศของหญิงและชายปัจจุบันพบว่า การติดเชื้อ HPV ของประชากรทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 630 ล้านคน โดยการติดเชื้อ HPV จะพบบ่อยที่สุดในผู้หญิงวัยเยาว์ที่มีอายุระหว่าง 18 – 28 ปี หรือผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ทำให้เรามักจะพบว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่จะมีอายุในช่วง 35 – 50 ปี สืบเนื่องจากระยะเวลาของการติดเชื้อจน กระทั่งป่วยเป็นโรคนี้ซึ่งใช้เวลานานนับ 10 ปี

รู้ถึงสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก...เพื่อป้องกันตัวเองให้พ้นจากโรคร้ายนี้
          เชื้อ HPV ชนิดที่เป็นสายพันธุ์อันตรายและสามารถทำให้เซลส์บริเวณปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลส์มะเร็ง คือ HPV 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 58, 59, 61 และ66 – 68 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง HPV 16 และ 18 นั้น เป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูกถึง 70% ซึ่งโอกาสที่จะได้รับเชื้อ HPV เหล่านั้นส่วนมากจะผ่านทางสัมพันธ์รักกับคู่ของคุณ โดยในบางคนที่ร่างกายไม่สามารถกำจัด เชื้อเอชพีวีเหล่านั้นออกไปได้ ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาจนส่งผลให้เป็นมะเร็งปากมดลูก รวมทั้งอาจทำให้เกิดมะเร็งช่องคลอดและมะเร็งปากช่องคลอดได้อีกด้วย

          สำหรับผู้ชาย ถ้าหากมีการติดเชื้อเอชพีวีก็จะกลายเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสนี้ไปสู่บุคคลที่รักได้โดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ผู้ชายที่ได้รับเชื้อเอชพีวีดังกล่าว ก็อาจมีผลต่อการเกิดมะเร็งทวารหนักและมะเร็งที่อวัยวะเพศชายได้เช่นกัน นอกจากเชื้อ HPV ชนิดที่อันตรายและมีผลต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกแล้ว ยังมีเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นๆ ที่มีความรุนแรงน้อย แต่ก็อาจนำมาซึ่งโรคติดต่อบางชนิดได้ เช่น โรคหูดอวัยวะเพศ (หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โรคหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ) เกิดจากการได้รับเชื้อ HPV 6 และ 11 ที่เป็นสาเหตุหลัก 90% ของโรคนี้ ลักษณะของโรคหูดอวัยวะเพศคือ จะมีตุ่มไตแข็ง หรือติ่งเนื้องอกออกมาบริเวณอวัยวะเพศ โรคนี้ถึงแม้ว่าจะรักษาได้ แต่ก็มักจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำๆ อีก จึงส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยและทำให้รู้สึกเป็นกังวล กับการที่ต้องรักษาอยู่เรื่อยๆ
 
การป้องกันตน จากโรคมะเร็งปากมดลูก

การป้องกันตน เพื่อให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก
          การเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็งปากมดลูกหรือลดโอกาสเสี่ยงจากการติดเชื้อเอชพีวี เป็นเรื่อง
สำคัญของผู้หญิงยุคนี้ โดยมีข้อแนะนำที่ทำได้ง่ายๆ คือ

          1. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย เพื่อลดช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV ดังนั้น วัยรุ่นจึงนับได้ว่าเป็นกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการได้รับเชื้อ HPV จากพฤติกรรมของการมีเพศสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน

          2. ควรจะให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่เรียกว่า "แป็ป สเมียร์" (Pap smear) ซึ่งปัจจุบัน สามารถทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยควรที่จะรับการตรวจเป็นประจำทุกๆ ปี เพื่อให้เราทราบว่า เซลส์บริเวณปากมดลูกมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติหรือไม่ เพราะการรักษาในระยะก่อนเป็นมะเร็งจะทำให้มีโอกาสหายขาดได้ค่อนข้างสูง ในขณะที่การรักษาในระยะลุกลามนั้น จะรักษายากและทำให้มีโอกาสเสียชีวิตมากขึ้น

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก... นวัตกรรมที่ช่วยลดสถิติของโรคร้ายนี้
          ความสำเร็จจากการค้นพบสาเหตุและวิทยาการของการแพทย์สมัยใหม่ ได้นำมาสู่การพัฒนาเป็นวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (6,11,16,18) ที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70% ในส่วนที่เป็นผลมาจากการติดเชื้อ เอชพีวีสายพันธุ์ที่สำคัญ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US. FDA) ได้ให้การรับรองว่า วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกนี้ มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์หลักเหล่านั้น ได้ 100% ถ้าหากได้รับวัคซีนก่อนที่จะมีการติดเชื้อ นอกจากนี้ วัคซีนดังกล่าวยังสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีชนิดที่ไม่มีผลต่อการเกิดมะเร็ง แต่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศได้อีกด้วย

          ด้วยประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด รวมทั้งโรคหูดอวัยวะเพศ ทำให้วัคซีนมะเร็งปากมดลูกชนิด 4 สายพันธุ์ (6,11,16,18) นี้ ได้รับการยอมรับและผ่านการอนุมัติการใช้แล้วในประเทศไทย และกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศในยุโรป รวมทั้งประเทศต่างๆ ในแถบเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ นอกจากนี้ในประเทศชั้นนำอย่างออสเตรเลียและบางรัฐของสหรัฐอเมริกา ยังได้ประกาศให้วัคซีน นี้เป็นภาคบังคับสำหรับเด็กหญิงและผู้หญิงในช่วงอายุ 9-26 ปี อย่างไรก็ดี ขณะนี้การวิจัยประสิทธิภาพของวัคซีน ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง และได้ขยายผลครอบคลุมมาสู่กลุ่มผู้หญิงในช่วงอายุ 27 – 45 ปีแล้ว

          อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว การตรวจแปป สเมียร์ อย่างสม่ำเสมอก็เป็นเรื่อง ที่สูติ-นรีแพทย์ยังคงแนะนำให้ปฏิบัติอยู่ เพราะการป้องกันจากวัคซีนดังกล่าว สามารถครอบคลุมเฉพาะในส่วนของเชื้อเอชพีวีเฉพาะสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุุุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ในขณะที่เราอาจจะยังมีโอกาสติดเชื้อเอชพีวีในสายพันธุ์อื่นๆ ที่อาจมีผลต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้เช่นกัน

มะเร็งปากมดลูก... โรคร้ายที่วันนี้การป้องกันอยู่ในมือคุณ
ปรึกษาแพทย์ของท่าน เพื่อขอข้อมูลแนวทางการป้องกันที่ได้รับการยอมรับแล้ว โดยผู้หญิงนับล้านคนจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

"วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก อีกสิ่ง... สำหรับอนาคตที่กำหนดได้โดยคุณ"

ขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลพญาไท

KEDSARA DOT COM
bedava porno indir porno indir sex hikayeleri