เทศบาลตำบลก้านเหลือง    อำเภอแวงน้อย   จังหวัดขอนแก่น
KANLUANG SUBDISTRICT MUNICIPALITY
เทศบาลตำบลก้านเหลือง ยินดีให้บริการ KANLUANG SUBDISTRICT MUNICIPALITY
กิจกรรม
ฝึกอบรมโครงการคุณธรรมจริยธรรมให้กับ ผู้บริหาร พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ สมาชิกสภาเทศบาล และผู้นำชุมชนตำบลก้านเหลือง ประจำปีงบประมาณ 2562 วันที่ 22 สิงหาคม 2562 ณ หอประชุมเทศบาลตำบลก้านเหลือง
สรุปเนื้อหาสาระจากการฝึกอบรมโครงการคุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้บริหาร พนักงานเทศบาล  พนักงานจ้าง  และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลก้านเหลือง  ประจำปี  พ.ศ.  ๒๕๖๒  ในวันที่  ๒๒  สิงหาคม  ๒๕๖๒   ณ  ห้องประชุมเทศบาลตำบลก้านเหลือง
 
          พระมหาประจักรษ์  ปิยทส.สี  วัดเทวราช  ตำบลท่านางแนว 
ธรรมบรรยายเรื่อง  ธรรมะกับการทำงานให้มีความสุขและการสร้างความสามัคคีในองค์กร

          “การทำงาน  ทำอย่างไรจึงจะมีความสุข”  หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ  จะสร้างบรรยากาศในการทำงานให้คนทำงานมีความสุขและผลงานมีประสิทธิภาพในลักษณะ  “งานสัมฤทธิ์  ชีวิตรื่นรมย์” ได้อย่างไร

          ในฐานะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ  ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ  แนวคิดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันมากก็คือ  การนำ  “ธรรมะ”  หรือ  หลักธรรมของพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่พึงประสงค์  การทำหน้าที่ตามบทบาทของแต่ละคนที่เป็นอยู่ในหน่วยงาน  องค์กร  คือ  ผู้บริหาร  ผู้ปฏิบัติงาน  ผู้ใต้บังคับบัญชา  หรือผู้ร่วมงาน  ทั้งนี้ก็เพื่อให้แต่ละคนรู้จักทำหน้าที่ตามบทบาทของตนได้อย่างถูกต้อง ชีวิตของผู้คนในหน่วยงานก็จะมีความหมายและบรรยากาศในองค์กรก็จะเป็นมิตรและร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป


          ธรรมบรรยายเรื่อง   หลักธรรมในการทำงานร่วมกันและแนวทางปฏิบัติตนให้มีความซื่อสัตย์  สุจริต 
เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

          “งาน”  ทุกอย่างไม่สามารถทำสำเร็จด้วยตนเองเพียงคนเดียว  ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจซึ่งกันและกัน  ธรรมะที่เหมาะสมสำหรับการทำงานร่วมกัน  คือ  สังคหวัตถุ  ๔  ซึ่งหมายถึงหลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจของผู้อื่น  ผูกไมตรี  และเอื้อเฟื้อเกื้อกูลได้แก่
          ๑ทาน  :  เกื้อกูลกันด้วยการให้  หมายถึง  การให้  การเสียสละ  หรือการเอื้อเฟื้อแบ่งปันของๆตนเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่น  ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว  ไม่เป็นคนเห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว  และการให้ที่ยิ่งใหญ่เสมอคือ  “การให้อภัย
           ๒ปิยวาจา  :  ใช้วาจาประสานไมตรี  หมายถึง  การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน  พูดด้วยความจริงใจ  ไม่พูดหยาบคาย  ก้าวร้าว  พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์และเหมาะสมกับกาลเทศะ ดังนั้น  การทำงานร่วมกันจะต้องพูดหรือปรึกษาหารือกันโดยยึดถือหลักเกณฑ์  ๔  ประการ  คือ  ๑)  เว้นจากการพูดเท็จ  ๒)  เว้นจากการพูดส่อเสียด  ๓)  เว้นจากการพูดคำหยาบ  และ  ๔)  เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ  และที่สำคัญอย่างยิ่ง  คือ  จะต้องพูดหรือเจรจากันด้วยไมตรีและความปรารถนาดีต่อกัน
           ๓.  อัตถจริยา  :  ร่วมสร้างสรรค์อุดมการณ์  หมายถึง  การสงเคราะห์ทุกชนิดหรือการปฏิบัติในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น  ดังนั้นการทำงานร่วมกันจะต้องช่วยเหลือกันด้วยกำลังกาย  กำลังความคิด 
          ๔.  สมานัตตา  :  หมายถึง  การเป็นผู้มีมีความสม่ำเสมอ หรือมีความประพฤติเสมอต้นเสมอปลาย  ดังนั้น  การทำงานร่วมกันจะต้องถือคติว่า  “มีทุกข์ร่วมทุกข์มีสุขร่วมเสพ”  และผู้ทำงานร่วมกันทุกคนจะต้องไม่ถือตัว  มีความเสมอภาค  ทำตนให้เป็นที่น่ารัก  น่าเคารพนับถือ  และน่าให้ความร่วมมือช่วยเหลือ
 
          จะเห็นได้ว่า  หลักธรรมที่ใช้ในการทำงานที่กล่าวมา  ทั้ง  อิทธิบาท  ๔  และสังคมวัตถุ  ๔  เป็นเรื่องง่ายๆใกล้ตัวที่เราปฏิบัติกันอยู่แล้วในฐานะปัจเจกชน  ( Individualism )  หากทุกคนสามารถปฏิบัติได้พร้อมกับทำหน้าที่ของตนเต็มกำลังความสามารถอย่างสมบูรณ์บรรยากาศในการทำงาน  “งานสัมฤทธิ์  ชีวิตรื่นรมย์”  คงเกิดขึ้นไม่ยากโดยเฉพาะการรักงานที่ทำ  ขยันทำงาน  รับผิดชอบงาน  และรู้จักไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน  รวมถึงการให้  การเกื้อกูลกัน  และการปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนกับการปฏิบัติต่อตนเอง  ( เอาใจเขามาใส่ใจเรา )  ซึ่งทุกคนสามารถทำได้  เพราะทุกอย่างอยู่ที่  “ใจ”  ใจที่จะเริ่มทำสิ่งใหม่ๆให้ชีวิตมีคุณค่าและมีความสุข
 
ธรรมะสำหรับผู้ปฏิบัติงาน 
                   ผู้ปฏิบัติงานหรือคนทำงาน  คือ  ผู้ที่ถูกมอบหมายให้ทำงานจากผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชา  ซึ่งผู้ปฏิบัติงานหรือคนทำงานทุกคนต่างก็ปราถนาที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานด้วยกันทุกคน  ดังนั้นธรรมะที่เหมาะสมสำหรับผู้ปฏิบัติงาน  คือ  อิทธิบาท  ๔  ซึ่งหมายถึง  ธรรมะแห่งความสำเร็จโดยหลักธรรมในอิทธิบาท  ๔  ประกอบด้วย
          ฉันทะ  :  คงวามพอใจ  หมายถุง  ความรักงาน  - พอใจกับงานที่ทำอยู่  ผู้ปฏิบัติงานจะต้องชอบหรือศรัทธางานที่ทำอยู่  จะต้องพอใจที่จะทำและมีความสุขที่ได้รับมอบหมาย
          ๒วิริยะ  :  ความพากเพียร  หมายถึง  ขยันหมั่นเพียรกับงาน  ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความขยันหมั่นเพียรในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย  รวมทั้งหมั่นฝึกฝนตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
           จิตตะ  :  ความเอาใจใส่  หมายถึง  ความเอาใจรับผิดชอบงาน  ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีจิตใจหรือสมาธิจดจ่อกับงานที่ทำ  รวมถึง  มีความรับผดชอบในงานที่ทำอย่างเต็มสติกำลัง
           วิมังสา  :  ความสอดส่องในเหตุผล  หมายถึง  การพินิจพิเคราะห์และใช้ปัญญาตรวจสอบงาน  ผู้ปฏิบัติงานจะต้องทำงานด้วยปัญญา  ด้วยสมองคิด  รวมถึง  การมีความเข้าใจในงานอย่างลึกซึ้งทั้งในขั้นตอนและผลสำเร็จ/ผลสัมฤทธิ์งของาน